อธิบายความเสี่ยงมหภาค

ราคาหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวโดยอิสระ ทุกบริษัทได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์การเมือง และความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน

ความไวต่ออัตราดอกเบี้ย

เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หุ้นเติบโตที่มีกระแสเงินสดในอนาคตมักจะได้รับผลกระทบมากกว่าหุ้นคุณค่า

  • High (>60): Tech, biotech, high-growth companies
  • Moderate (30-60): Industrials, healthcare, financials
  • Low (<30): Utilities, consumer staples, REITs

ความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์การเมือง

บริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานรวมศูนย์ในภูมิภาคเฉพาะเจาะจงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเมื่อเกิดความขัดแย้งทางการค้าหรือการคว่ำบาตร

  • High (>60): Semiconductor, energy with Middle East exposure
  • Moderate (30-60): Multinationals with China revenue
  • Low (<30): Domestic services, local utilities

ความทนทานต่อเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อกัดกร่อนอัตรากำไร — เว้นแต่บริษัทจะสามารถถ่ายโอนต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ หุ้นที่มีมูลค่าสแปรี่และสินทรัพย์จำกัดมักจะทนทานต่อเงินเฟ้อได้ดีกว่า

  • High (>60): Luxury brands, essential consumer goods
  • Moderate (30-60): General industrials, retailers
  • Low (<30): Commodity producers, low-margin services